ศูนย์พระเครื่อง พรปู่เจ้า โทร 086-3117101,080-5147225 International customers. Tel +66897745992

วัวธนู ครูบาเดช กิตติญาโณ สำนักสงฆ์ป่าช้าบ้านรัตนโกสินทร์ 2559 ขนาด 2.4*1.6 ซม


฿259.00
Wua Thanu 2559
Khru Ba Det
Samnaksong Pacha Ban Rattanakosin
เหลือ 99 ชิ้น
ซื้อเลย
หยิบลงตะกร้า
  • หมวดหมู่ : ครูบาเดช สำนักสงฆ์ป่าช้าวัดใหม่รัตนโกสินทร์ ลำปาง
  • รหัสสินค้า : 034498

รายละเอียดสินค้า วัวธนู ครูบาเดช กิตติญาโณ สำนักสงฆ์ป่าช้าบ้านรัตนโกสินทร์ 2559 ขนาด 2.4*1.6 ซม

Wua Thanu 2559
Khru Ba Det 
Samnaksong Pacha Ban Rattanakosin
For = Anti black magic and ghost
Material =  powder
Size 2.4*1.6 cm
 

วัวธนู เป็นที่ทราบว่าครูบาเดชท่านสร้างวัวธนูได้ขลังท่านจัดสร้างมาแล้วหลายรุ่นส่วนมากท่านจะปั้นด้วยมือเสกทีละตัว จากขี้ผึ้ง หรือดินอาถรรพณ์ หรือบางครั้งท่านก็ใช้ไม้ไผ่มาสานก็มี  ครูบาเดชบอกว่าวัวธนู ท่านจะใช้อะไรทำก็ได้ขลังหมด อยู่ที่คาถาอาคมและจิตที่กำกับเสกลงไปเท่านั้น แม้แต่หลวงปู่ครูบาแก้ว วัดร่องดู่ จ.พะเยา อดีตยอดพระเกจิผู้มีอาคมขลังสร้างวัวธนูได้โด่งดังยิ่งนักปัจจุบันวัวธนูของท่านเล่นหากันตัวละหลายพันบาทแถมยังหายากยิ่งนักจนมีคนกล่าวว่าวัวธนูครูบาแก้วราคาแพงกว่าวัวเป็นๆเสียอีก หลวงปู่ครูบาแก้วยังยอมรับว่าวัวธนูที่ครูบาเดชสร้างขลังแรงไม้แพ้วัวธนูของท่านเลยใช้แทนวัวของท่านได้ ครูบาเดชได้เอาวิชาวัวธนูและควายธนูมาผสมผสานกัน เคยมีคนมาลองวิชาวัวธนูท่าน ส่วนมากเผ่นเรียบสู้ฤทธิ์วัวธนูของครูบาเดชไม่ได้เรื่องฤทธิ์ของวัวธนูนี้ มีอยู่ครั้งหนึ่งมีพระครูบาอาจารย์ดังรูปหนึ่งทางเชียงใหม่(ขอสงวนชื่อ)ตั้งใจมาลองวิชาครูบาเดช แต่อยู่ไม่ได้ ท่านเล่าว่าพระครูบารูปนี้ธุดงค์มาขอปักกลดในป่าช้าด้วย พระครูบารูปนี้ ชอบเล่นของ ตกดึกพระครูบารูปนี้ ได้ปล่อยวัวธนูมาลองวิชาครูบาเดช ท่านกล่าวว่าขณะท่านนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่หน้าเชิงตะกอนได้ยินเสียงดัง วี้ดๆดังลั่นทั่วป่าช้าท่านลืมตาเห็นวัวธนูตาแดงกล่ำยืนประจันอยู่ตรงหน้า ท่านจึงรู้ว่าโดนลองของแน่ๆจึงหยิบขี้ผึ้งในย่ามขึ้นมาปั้นภาวนาปลุกเสกแล้วโยนออกไป กลายเป็นวัวธนู ชนกันดังสนั่นลั่นทั่วป่าช้า ส่วนตัวท่านยังคงนั่งกำหนดจิตภาวนาคาถาตามที่ได้เรียนมาตลอดจนวัวธนูนั้นล่าถอยหายไป เช้ารุ่งขึ้น ครูบาเดชท่านได้เดินไปหาอาจารย์ที่มาขอปักกลดอยู่ด้วยแต่ไม่พบแต่อย่างไดจึงทราบว่าอาจารย์ท่านนี้มาลองวิชาแต่สู้ฤทธิ์วัวธนูครูบาเดชไม่ได้จึงรีบหนีไปก่อนรุ่งเช้า วัวธนูชุดนี้ครูบาเดชได้สร้างจาก ดิน 7ป่าช้า ดินใจกลางกองฟอน7เชิงตะกอน ตะใครเสมา7วัด ดินยอดจอมปลวก7จอม ดินทางสามแพร่ง ดินโปร่ง สีผึ้งหน้าศพ ครั่งพุทราป่าตายพราย  ผงหัวใจวัวธนูและควายธนูสูตรบังคับตามตำรา ด้านหลังวัวธนูครูบาเดชได้อุดครั่งพุทราบรรจุไว้ด้านหลังวัวธนูนี้ทุกตัว จึงสร้างขึ้นได้จำนวนจำกัดเท่านั้น วัวธนูทุกตัวครูบาเดชนำไปปลุกเสกเรียกจิตเรียกธาตุบรรจุหัวใจวัวยธนูให้บังเกิดอิทธิฤทธิ์ทุกตัวโดยทำพิธีเสกกลางเชิงตะกอนตอนเที่ยงคืนแต่เพียงองค์เดียว จนตอนเช้าชาวบ้านหลายท่านที่ขับรถผ่านมาตอนดึกต่างพากันมาถามว่าเห็นวัวควายวิ่งและร้องเต็มป่าช้าไปหมดบางตัวตาแดงก่ำวัวควายของใครกันหรือ ครูบาเดชท่านไม่ตอบได้แต่อมยิ้มอย่างมีเมตตา วัวธนูนี้ใช้ฝัง4มุมบ้านสะกดอาถรรพณ์ ราวีวิญญาณร้ายไม่ทำลายวิญญาณดี ทางสามแพรง เจ้าที่แรง แก้ฮวงซุ้ย ที่ทางขายยากเจ้าที่หวงให้เอาวัวธนูนี้ไปฝัง4ตัว4มุม ช่วยสะกด ลดอาถรรพณ์ค้าขายได้คล่อง หรือพกบูชาติดตัวใช้ป้องกันภัยได้108 ประการอธิฐานเอาเถิด 

ของจริงย่อมพิสูจน์ได้ลองได้ รู้จริงเป็นจริง  ครูบาเดช กิตติญาโณ ท่านพำนัก อยู่ป่าช้าบ้านใหม่รัตนโกสินทร์ ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง อันป่าช้านี้เป็นป่าช้าเก่าแก่ประจำหมู่บ้านปัจจุบันยังใช้เป็นที่เผาศพอยู่ โดย ที่เผาศพยังก่ออิฐ 2ข้าง ใช้ฟืนเผาแบบโบราณ เชิงตะกอนที่เผาศพจะอยู่หน้ากุฏิครูบาเดชพอดี ท่านมักจะมานั่งเพ่งอสุภะกรรมฐานทุกคืน ท่านบอกว่าจิตสงบดีไม่มีผู้ไดมารบกวนเพราะทั้งสำนักสงฆ์มีแต่ครูบาเดชอยู่เพียงองค์เดียว ป่าช้านี้ใครที่วิชาไม่แข็งจริงไม่สามารถอยู่ได้ถึงครึ่งคืน เคยมีพระสงฆ์หลายรูปมาขอพักกับครูบาเดชแต่อยู่ไม่ได้เผ่นหนีเนื่องจากเจ้าที่ป่าช้านี้แรงมากเป็นป่ารกทึบครึ้มน่ากลัว ครูบาเดชได้ปรับพื้นที่ป่าช้าให้เป็นสถานที่ ปฏิบัติธรรม  และกลายเป็นสำนักสงฆ์จนถึงปัจจุบัน เรื่องวิชาอาคมครูบาเดช ท่านรู้วิชามากเรียนมาก ใครเดือดร้อนอันได แค่ครูบาท่านเห็นก็สามารถทายทักได้ถูกต้อง รักษาแก้ไขให้ได้ทัน เรื่องประสบการณ์ ปาฏิหาริย์ วัตถุมงคลของครูบาเดชนั้นมีมาก ท่านเป็นพระที่ค่อนข้างจะร้อนวิชาสักนิด จนบางคนมองเผินๆนึกว่าท่านบ้าๆบอๆ แต่หากได้สัมผัส จะรู้ความจริงว่าท่านคือของจริง รอบรู้วิชาจริงหลายแขนง ทดสอบลองได้ บางครั้งเข้าพรรษาท่านไม่ฉันข้าวเลย ท่านฉันแต่น้ำ หรือบางครั้งท่านเข้าป่าลึกไปอยู่ในถ้ำหลายเดือนไม่ฉันข้าวฉันแต่น้ำก็บ่อย ครูบาเดชท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมายเข้าหาไม่ขาด เงินทุกบาทที่ลูกศิษย์ลูกหา ร่วมทำบุญ ท่านไม่สะสมท่านนำมาสร้างพัฒนาสำนักสงฆ์และชื้อหนังสือตำรับตำราเรียนแจกให้กับนักเรียนและเด็กเล็ก เด็กกำพร้าที่ด้อยโอกาสท่านอยากให้เด็กทุกคนมีความรู้ คือพื้นฐานของอนาคตของชาติ จะได้ไม่ต้องลำบากกัน นี่คือหัวใจแก่นแท้ของครูบาเดช แม้นว่าการเดินทางไปหาครูบานั้นจะลำบากต้องเดินทางขึ้นเขาลงห้วยอันตรายมากก็ตามลูกศิษย์ก็ยังเข้าหาท่านไม่ขาดสาย ทุกวัน ท่านต้อนรับศิษย์ดูแลช่วยเหลือไม่มีว่าใครรวยใครจนทุกคนต้องเท่าเทียมกันหมด แม้ว่าบางครั้งท่านต้องตากตำทำงานหนัก ช่วยเหลือศิษย์ที่เดือดร้อนจนไม่มีเวลาพักผ่อน แม้ท่านจะเหน็ดเหนื่อย บางครั้งท่านจะอาพาต ท่านก็ไม่เคยปริปากบ่นบอกให้ใครรับรู้ ท่านยังคอยช่วยเหลือลูกศิษย์ที่เดือดร้อนที่มาหาทุกรายไป ท่านบอกว่าถ้าเขาฝากตัวเป็นศิษย์เราแล้ว มีเราเป็นอาจารย์เราก็มีหน้าที่ช่วยเหลือเขาให้ถึงที่สุดให้ดีที่สุด เขานับถือเราเราเป็นอาจารย์ต้องไม่ทิ้งเขาเหมือนดังพ่อย่อมไม่ทิ้งลูกของตนอย่างแน่นอน